Print
Category: Elliott Wave Article
Hits: 53

 

"คลื่นไม่มีวันผิด"

 

เชื่อว่าทุกท่านที่นับคลื่น Elliott Wave ต้องเคยได้ยินคำนี้ ผมได้ยินครั้งแรกจากนักทฤษฏียุโรปท่านหนึ่งเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แล้วก็มีการพูดต่อกันมาเรื่อย ๆ ซึ่งก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจำนวนมาก

บทความนี้ผมจะพาทุกท่านมาตรวจสอบครับว่า คำว่า "คลื่นไม่มีวันผิด" หมายถึงอะไร

 

รหัส 5-3-5

รูปแบบ ABC zigzag จะมีรหัส 5-3-5 คือ C = 5 คลื่น , B = 3 คลื่น  และ C = 5 คลื่น

ภาพบนแสดง Concept 5-3-5 คลื่นย่อยของ C มี 5 คลื่นตามรหัส 5-3-5

 

และภาพล่าง

 

ภาพบนจากหนังสือ Elliott Wave Principle หน้า 177  Figure 6-10

ดูคลื่นย่อยของขา C จุดที่ลูกศรชี้ จะเห็นว่าหนังสือนับให้คลื่น 2 ยาวกว่าคลื่น 1 เพราะต้องการให้ขา C มี 5 คลื่นตามทฤษฏี ซึ่งผิดหลักการอย่างร้ายแรงที่สุดของการนับคลื่น (Essential Construction Rule หรือ Dow Theory)

 

เห็นไหมครับว่า Wave ไม่มีวันผิด เพราะถ้าผิดก็แก้ไขให้ถูกได้ โดยการให้คลื่น 2 ยาวกว่า 1 เท่านี้คลื่น C ก็มี 5 คลื่นตามรหัส 5-3-5 ตามที่หนังสือเขียนแล้ว ถือเป็นวิธีการที่ทำให้รหัส 5-3-5 ถูกต้องเสมอและไม่มีวันผิดครับ

อ่านบทความเพิ่มเติม EP1 หนังสือ Elliott Wave Principle:นับคลื่น 2 ยาวกว่า 1

 

มาดูอีกตัวอย่างครับ

 

 

Alternation

 

ภาพบน แสดงหลักการ Alternation ของคลื่น 2-4 กล่าวคือ รูปแบบของคลื่น 2-4 จะต้องแตกต่างกัน เช่นถ้าคลื่น 2 เป็นรูปแบบ Flat คลื่น 4 ก็ต้องเป็น Zigzag หรือ Triangle

 

 

 

ภาพบน หนังสือ  Elliott Wave Principle ลงไว้ใน Official Fanpage : Elliott Wave International วันที่ 4 Jun 2025

ภาพนี้สังเกตว่าคลื่น 2 เขาลง WXY และคลื่น 4 ลงเป็น ABC Flat ทุกท่านเห็นความผิดปกติไหมครับ

 

มาดูคำอธิบายกันครับ

 

 

หากพิจารณาตามหลักของ Correction จะพบว่าสภาวะที่แท้จริงของคลื่น 2 และ 4 ต่างก็เป็นรูปแบบ Flat ทั้งคู่ ตามภาพบน, แต่ที่เขาไม่ลงให้เป็น Flat ทั้งคู่ก็เพราะจะทำให้ผิดหลักการ Altrernation ที่คลื่น 2-4 ห้ามเป็นฟอร์มเดียวกัน เขาก็เลยต้องลงให้คลื่น 2 เป็น WXY แทนเพื่อเลี่ยงบาลี

เห็นไหมครับ Wave ถูกต้องเสมอ แค่เปลี่ยน Label ทฤษฏี Wave ก็ไม่ผิดแล้ว หลักการ Alternation ยังถูกต้องเพราะมี WXY ไว้แก้ไขเมื่อกราฟไม่เป็นไปตามทฤษฏี

 

แต่ถึงจะ Label อย่างไรก็ผิดหลักการที่เขาเขียนไว้ในหนังสือ  Elliott Wave Principle อยู่ดี

ภาพบน จากหนังสือ  Elliott Wave Principle หน้า 64 Figure 2-1 แสดงคอนเซ็ปหลักการ Alternation ของคลื่น 2-4 , ถ้าคลื่นใดคลื่นหนึ่งเป็น Sideway อีกคลื่นต้องเป็นมุมแหลม Sharp ตามภาพ

หากใช้หลักการนี้อธิบาย Alternation ต่อให้เปลี่ยนจากรูปแบบ Flat เป็น WXY ก็ยังผิดอยู่ดี เพราะทั้ง 2 และ 4 ต่างก็เป็นสภาวะ Sideway ทั้งคู่ 

 

 อ่านบทความเพิ่มเติม EP5 หนังสือ Elliott Wave Principle: WXY แก้ทุกปัญหา

 

 

รหัสคลื่น 5-3-5-3-5

 

ภาพบนแสดง Concept 5-3-5-3-5

หลักการก็คือ เทรน 1-3-5 ต้องมี 5 คลื่นเสมอ 

 

 

ภาพบน การนับคลื่นของ Robert Prechter ผู้เขียนหนังสือ Elliott Wave Principle

สังเกตว่า Trend ของภาพนี้มีทั้งหมด 7 คลื่น แต่ว่าเขาจะทำการบีบให้เหลือแค่ 5 คลื่นหรือ Impulsion (เพราะเทรนต้องมี 5 คลื่นเท่านั้น) ด้วยการวางคลื่น 6 เป็น A และคลื่นที่ 7 เป็น B เรียกรูปแบบนี้ว่า Expanded Flat ตามภาพบน

หากเราพิจารณาโดยไม่ต้องสนใจทฤษฏีคลื่น นักเทคนิคทุกคนจะนับการขึ้นได้ 7 จังหวะ 7 คลื่นตามทฤษฏี Dow  

แต่ Robert Prechter บอกว่า Trend นี้มีแค่ 5 คลื่น เพราะเขายึดว่า Trend ต้องมี 5 คลื่นเท่านั้น

อ่านบทความเพิ่มเติม EP3 หนังสือ Elliott Wave Principle: กับดักคลื่น Expanded Flat

 

เห็นไหมครับว่า Wave ไม่มีวันผิด ถ้าเทรนมี 7 คลื่น ก็แก้ไขให้เหลือแค่ 5 ด้วยข้ออ้างบางอย่าง แค่นี้หลักการ 5-3-5-3-5 ก็ไม่มีวันผิดแล้ว

 

 

บทความนี้เราดูกันแค่ 3 ตัวอย่างนี้ก่อนนะครับ จริง ๆ แล้วมีอีกหลายจุดมาก ๆ เอาไว้จะนำเสนอในโอกาสถัดไปครับ

 

ในเรื่องของหนังสือนับคลื่น Elliott Wave ที่มีอยู่มากมาย ผมอยากให้มุมมองอย่างนี้ครับว่า หนังสือนั้นใคร ๆ ก็เขียนได้ และผู้เขียนจะใส่อะไรลงไปก็ได้ตามใจ เพราะไม่มีการตรวจสอบเหมือนตำราเรียนทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่ผู้อ่านต้องตั้งคำถามทุกครั้งก็คือ หลักการที่เขียนขึ้นมานั้น เขาเขียนขึ้นมาจากอะไร นึก ๆ คิด ๆ เอาเองตามจินตนาการ หรือแค่ลอกมาจากตำราเล่มอื่น และที่สำคัญได้มีการพิสูจน์โดยการเก็บข้อมูลจากตลาดจริงอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

หลักการและศัพท์แสงจะเขียนให้สวยหรูอย่างไรก็ได้ แต่หลักการสวยหรูพวกนั้นมันใช้ได้จริงหรือเปล่า? นี่คือคำถามสำคัญ

อย่าปล่อยให้ใครมาดูถูกสติปัญญาของเราได้ครับ พวกเราคนไทยมีดีกว่าที่พวกเขาคิด

 


เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงทฤษฎี "ฟางในชะลอม" ของอาจารย์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ จากหนังสือการคิดเชิงวิเคราะห์

 

 

ทฤษฎีชะลอม เปรียบได้กับคน ๆ หนึ่งที่มีสมติฐานหรือมีความเชื่ออย่างสนิทใจ ว่ากองฟางมีรูปร่างเหมือนชะลอม จึงพยายามหาข้อพิสูจน์ แต่หาเท่าไรกองฟางก็ยังคงมีรูปร่างต่าง ๆ ไม่เหมือนชะลอม แต่แทนที่เขาจะทำการพิสูจน์ความเชื่อหรือสมติฐานนั้น เขากลับอัดฟางลงไปในชะลอมจนแน่น แล้วเอากรรไกรตัดเล็มฟางที่เล็ดลอดออกมาจากชะลอมนั้น จนมันเรียบ จากนั้นจึงถอดชะลอมออก แล้วเที่ยวบอกใครต่อใครว่า “เห็นไหม ... กองฟางรูปร่างเหมือนชะลอมแล้ว” เป็นการสร้างความเชื่อให้เป็นความจริง โดยการคัดข้อมูลออกตามใจ เพื่อให้ข้อมูลลงตัวตามเป้าหมาย แล้วพยายามบอกคนอื่นให้เชื่อตาม

"สภาวะที่แท้จริงของตลาดคือความเป็นไปได้ที่หลากหลาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกล็อกด้วยรหัสคลื่นทุกครั้ง วิธีเดียวที่จะทำให้หลักการรหัสคลื่น 5-3-5 เป็นจริงขึ้นมาได้ทุกครั้ง ก็คือต้องทำแบบเดียวกับฟางในชะลอม" 

 

ภาพบน หนังสือการคิดเชิงวิเคราะห์ อ.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

ทฤษฏีฟางในชะลอมถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดได้ดีทีเดียวครับ เพราะไม่ว่าจะยุคไหนการตัดแต่งข้อมูลให้คนหลงเชื่อ คาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไม่เคยหายไป มีแต่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ , ทักษะการตรวจสอบข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นทักษะที่สำคัญในการฝึกลูกหลานของเราครับ  


 

 

สามารถกดสั่งซื้อหนังสือ Elliott Wave Principle ที่ผมกล่าวถึงได้จากเว็บไซต์ของผู้เขียนโดยตรง  www.elliottwave.com/books


 

 

ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน แนะนำติชมมาที่

 

Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

Line ID : i_woottichai

 

ช่อง YouTube : www.youtube.com/@woottichaiinsawang9591

 

มาพูดคุยกันที่แฟนเพจ www.facebook.com/advanceelliottwave