เวอร์ชั่นคลิป YouTube คลิกภาพด้านล่าง
บทความนี้ผมอยากให้ทุกท่านพิจารณาชุดคลื่นต่อไปนี้ตามความเป็นจริง ไปทีละคลื่นดูครับ

ภาพบนเป็นการนับคลื่นของหนังสือ Elliott Wave Principle
คลื่น 1 ใหญ่เทรนขาลงมี 5 คลื่นหนังสือก็นับไปตามจริงว่า 5 คลื่น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรนำมาใช้ครับ
ต่อมาดู 2 ภาพด้านล่างครับ

2 ภาพบน เป็น Trend ขาลงที่มี 5 คลื่นแบบเดียวกับภาพแรกเป๊ะเลยครับ เราก็แค่นับไปตามจริงว่ามี 5 คลื่น, จากรูปสังเกตว่าครบ 5 แล้วก็เด้งจบขึ้นไป การนับคลื่นอย่างที่คลื่นเป็นแบบนี้ สามารถใช้ได้จริงใน Real Time ครับ
แต่เชื่อไหมครับหนังสือ Elliott Wave Principle ไม่นับให้ 2 ภาพด้านบนเป็น 5 คลื่น แต่นับเป็น A B C แบบด้านล่าง

ภาพบนเขานับเป็น 3 คลื่น a b c เพราะคลื่นย่อยของ W มีรหัส 3 จึงนับเป็น 1 2 3 4 5 ไม่ได้ ทั้งที่กราฟมี 5 คลื่นแบบเดียวกับภาพแรกเลยครับ

ภาพบนเขานับเป็น 3 คลื่น a b c เพราะคลื่นย่อยของ Y มีรหัส 3 จึงนับเป็น 1 2 3 4 5 ไม่ได้ ทั้งที่กราฟมี 5 คลื่นแบบเดียวกับภาพแรกเลยครับ

ภาพบน คือเทรนขาลง 5 คลื่น ถ้าผมวางคลื่น 1 ใหญ่เอาไว้ที่โลว์คลื่น 5 ก็จะเหมือนกับภาพแรก

แต่ไม่ใช่ครับ 5 คลื่นขาลงนี้อยู่ในตำแหน่งคลื่น 2 (วงกลมสีแดง) , ภาพนี้เป็นกราฟจากหนังสือ Elliott Wave Priciple หน้า 85 ผู้เขียนหนังสือไม่ลง Label ว่าต้องนับอย่างไร,
ถ้าหากเรานับคลื่นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจเรื่องรหัสคลื่นย่อย ก็จะพบว่าฟอร์มชุดนี้มี 5 คลื่น แต่เพราะอยู่ในตำแหน่งคลื่น 2 ซึ่งมีรหัส 3 หลายท่านจึงลังเลที่จะนับให้มี 5 คลื่นอย่างตรงไปตรงมา หากท่านเจอกราฟลักษณะนี้ผมแนะนำให้เก็บข้อมูลไปตามจริง มี 5 ก็บันทึก 5 ไม่ยัดเยียดให้เป็น 3 หรือ WXY ,หากเจอรูปแบบนี้อีกครั้งในอนาคตเราก็จะมีข้อมูลอ้างอิง ว่าเคยมีเคสที่คลื่น 2-4 เป็น 5 คลื่นเกิดขึ้น แล้วเราจะไปต่อกับตลาดที่ไม่มีในตำราได้ เป็น Player ที่เหนือกว่า player ที่ท่องจำแต่ตำรา
ในทางกลับกัน หากเราเก็บข้อมูลโดยการบิดเบือนทุกอย่างให้ตรงกับตำรา เราก็จะไม่มีข้อมูลอ้างอิงหากต้องเจออีกในอนาคต (ซึ่งต้องเจอแน่นอน) ก็จะทำให้ปรับตัวและไหลไปกับตลาดไม่ได้ นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดของการเป็นนักลงทุนแล้วครับ
สรุป
ทั้งหมดคือตัวอย่างการนับคลื่นตามรหัส 5-3-5 ซึ่งไม่สามารถใช้จริงได้เพราะไม่สะท้อนความจริงของคลื่นราคา เป็นเพียงการนับย้อนหลังให้ตรงตามรหัสในหนังสือเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าคลื่นใดมีรหัส 3 ไม่ว่าของจริงจะมีกี่คลื่นก็ต้องนับให้เป็น 3 คลื่น และถ้าคลื่นใดมีรหัส 5 ต่อให้ของจริงมีแค่ 3 คลื่น ก็ต้องนับให้เป็น 5 คลื่น เช่นบทความนี้ นับคลื่นตามจริง EP1
จะเห็นว่าการนับคลื่นตามรหัส 5-3-5 ยิ่งใช้เราก็จะยิ่งสูญเสียความเป็นกลาง เพราะต้องแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นจริงให้ตรงกับคำตอบที่ถูกเขียนไว้ในตำรา , ตลาดคือความถูกต้องไม่ใช่ตำรา ตำรามีหน้าที่บันทึกข้อมูลไปตามความจริง ดังนั้นเมื่อเกิดสิ่งใหม่ ๆ ตำราก็ต้องอัพเดทแก้ไข นี่คือความรู้ที่แท้จริง
อ้างอิง
การนับคลื่นในบทความนี้เป็นการนับของหนังสือ Elliott Wave Principle ที่ลงไว้ใน Official Fanpage : Elliott Wave International
วันที่โพสต์สามารถตรวจสอบได้ในภาพครับ
*ภาพทั้งหมดผมนำมาลง Label ตามหนังสือ

ภาพบน คลื่น (1) มีรหัส 5 ก็นับ 1 2 3 4 5
โพสต์วันที่ 1 May 2024

ภาพบนคลื่น Y รหัส 3 หนังสือนับ A B C ต่อให้กราฟจริงมี 5 คลื่นก็ตาม
โพสต์วันที่ 18 Apr 2024

ภาพบนหนังสือนับไว้เมื่อวันที่ 29 Aug 2023 ใน Official Fanpage : Elliott Wave International
คลื่น W มีรหัส 3 ก็นับ a b c ถึงแม้กราฟจริงจะมี 5 คลื่นก็ตาม
เป้าหมายของบทความชุดนี้
เรื่องตำรา Elliott Wave ของฝรั่งผมค้นคว้าและทำ Research เก็บไว้เมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่ว่าไม่เคยนำมาเผยแพร่
จนกระทั้งผมกลับมาอัพเดทเพจเมื่อปลายปี (หลังจากหายไปนาน) ก็มีเพื่อนสมาชิกคัดลอกสิ่งที่อยู่ในตำรามาคอมเมนต์ เช่น 2 ภาพล่าง
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปวันที่เพิ่งอ่านตำรา อ่านแล้วก็ว้าวกับหลักการ และเชื่อทุกอย่างที่ตำราเขียนโดยไม่มีการตรวจสอบว่าหลักการเหล่านั้นใช้ได้จริงหรือไม่ บทความชุดนี้จึงขอพาทุกท่านร่วมกันตรวจสอบไปทีละส่วนว่า หลักการที่เขียนในตำราเล่มนี้ใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหนครับ

CEWA คือผู้ที่อ่านหนังสือเล่มน้ำเงินที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ (Elliott Wave Principle) เพื่อสอบเอาใบ Certificate จากผู้เขียนตำรา
ผมทำบทความอธิบายเอาไว้แล้วนะครับ สำหรับการบอกว่าคลื่น 2 ห้ามเป็น Triangle ของหนังสือเล่มน้ำเงิน หนังสือก็เขียนแบบนี้จริง ๆ นะครับ แต่กราฟจริงไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเขียน ถ้าตรวจสอบกันจริง ๆ จะพบว่า Triangle เกิดในคลื่น 2 ในกราฟจริงบ่อยมาก การอ่าน/ฟังแล้วเชื่อทันทีโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบด้าน ถือเป็นเหยื่อในวงการลงทุนนะครับ, ผมทำเป็น Case Study ไว้ในบทความแล้ว Triangle ไม่ใช่การเก็บของและอยู่ใน W.2 ได้
หรือคอมเมนต์แบบด้านล่าง

คนนับคลื่นที่มีประสบการณ์กับกราฟจริงมักจะเจอคอมเมนต์แบบภาพนี้ครับ คือการคอมเมนต์/พูดตามตำรา โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน อ่านแล้วเชื่อทันทีโดยไม่ตรวจสอบ ไม่ถือว่าเป็นวิสัยที่นักลงทุนเขาทำกันนะครับ
ถ้ารู้ว่าส่วนใดของตำราใช้ได้และใช้ไม่ได้จริง ก็จะทำให้ผู้เริ่มต้นศึกษาประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง คือเป้าหมายหลักของบทความชุดนี้ครับ
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงทฤษฎี "ฟางในชะลอม" ของอาจารย์ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ จากหนังสือการคิดเชิงวิเคราะห์

ทฤษฎีชะลอม เปรียบได้กับคน ๆ หนึ่งที่มีสมติฐานหรือมีความเชื่ออย่างสนิทใจ ว่ากองฟางมีรูปร่างเหมือนชะลอม จึงพยายามหาข้อพิสูจน์ แต่หาเท่าไรกองฟางก็ยังคงมีรูปร่างต่าง ๆ ไม่เหมือนชะลอม แต่แทนที่เขาจะทำการพิสูจน์ความเชื่อหรือสมติฐานนั้น เขากลับอัดฟางลงไปในชะลอมจนแน่น แล้วเอากรรไกรตัดเล็มฟางที่เล็ดลอดออกมาจากชะลอมนั้น จนมันเรียบ จากนั้นจึงถอดชะลอมออก แล้วเที่ยวบอกใครต่อใครว่า “เห็นไหม ... กองฟางรูปร่างเหมือนชะลอมแล้ว” เป็นการสร้างความเชื่อให้เป็นความจริง โดยการคัดข้อมูลออกตามใจ เพื่อให้ข้อมูลลงตัวตามเป้าหมาย แล้วพยายามบอกคนอื่นให้เชื่อตาม
"สภาวะที่แท้จริงของตลาดคือความเป็นไปได้ที่หลากหลาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกล็อกด้วยรหัสคลื่นทุกครั้ง วิธีเดียวที่จะทำให้หลักการรหัสคลื่น 5-3-5 เป็นจริงขึ้นมาได้ทุกครั้ง ก็คือต้องทำแบบเดียวกับฟางในชะลอม"

ภาพบน หนังสือการคิดเชิงวิเคราะห์ อ.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ทฤษฏีฟางในชะลอมถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดได้ดีทีเดียวครับ เพราะไม่ว่าจะยุคไหนการตัดแต่งข้อมูลให้คนหลงเชื่อ คาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไม่เคยหายไป มีแต่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ , ทักษะการตรวจสอบข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นทักษะที่สำคัญในการฝึกลูกหลานของเราครับ
สามารถกดสั่งซื้อหนังสือจากเว็บไซต์ของผู้เขียนโดยตรง www.elliottwave.com/books
ติดต่อสอบถามคอร์สเรียน แนะนำติชมมาที่
Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Line ID : i_woottichai
ช่อง YouTube : www.youtube.com/@woottichaiinsawang9591
มาพูดคุยกันที่แฟนเพจ www.facebook.com/advanceelliottwave

